สิ่งมีชีวิตจากดาวตกสำรวจ
posted on 11 May 2009 12:03 by smallroom
ไม่เคยมีเนื้อหาที่กล่าวถึงการแตกตัวของดาวอุกาบาตในบทเรียนวิชาโลกของเรา
ละอองฝนในเดือนพฤษภาคมเริ่มหนักหน่วงขึ้นจากคืนที่ผ่านมา ความหนาวเย็นเริ่มสัมผัสให้เห็นได้กลายๆในทันทีที่ฝนหยุดลง สีขาวของดอกตำลึงตัดกับผลแดงสดดูสวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา และจะเป็นเช่นนี้ไปอีก 2-3 สัปดาห์ ใครๆก็ว่าเมืองนี้มีฝนมากกว่าอากาศให้หายใจ การเฝ้ารอให้พระอาทิตย์ขึ้นตรงหัวอาจเป็นสิ่งหนึ่งที่หลายคนในเมืองโปรดปราน เช้านี้เราจะไปตกปลา และอาจเป็นกิจกรรมเดียวที่เราจะได้ใช่เวลาอยู่ร่วมกัน
ชาฝรั่งกลิ่นกรุ่นถูกทิ้งจนเย็นตั้งแต่บ่าย ราวกับสิ่งนั้นเคยเกิดขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 - 7 ครั้ง เพียงลำพังกับเพลงโปรดที่เปิดซ้ำจนเสียงเริ่มเพี้ยนไปจากเดิม บทเพลงที่ไม่เคยลดความเยือกเย็นที่น่าหลงไหลและปั่นป่วนนี้ลงได้เลย
นานพอดูที่แมวสองสีตัวนั้นนอนขดตัวอยู่ระหว่างเรา มันข่วนผมแต่กลับนอนเย็นใจให้คุณวางมือ
ย้อนกลับไปในวันนั้น ที่ซึ่งความว่างเปล่าได้ปล่อยอณูบางอย่างในอากาศ ละอองสีใสแตกตัวและฟุ้งกระจาย บางส่วนไหลผ่านโพรงจมูกและวิ่งตรงเข้าสู่ระบบการทำงานของสมอง บ้างตกหล่นและหลงทาง เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจ เสียงแมลงเล็กๆและกิ่งไม้ไหว เมฆคล้อยลงต่ำอีกไม่นานฝนคงตก กลิ่นเฉพาะตัวของไอดินจะชัดเจน รอยเท้าเล็กๆเริ่มเลือนลาง คุณได้จากไปแล้วจริงหรือ ในฝันผมทิ้งตัวลงนอนอ่อนแรงและเริ่มร้องไห้อีกครั้ง
ผมเฝ้ามองคุณจากด้านนอกสุดของตัวร้าน กลิ่นครัวซองต์อบใหม่และเสียงเพลงคลาสสิคคือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คุณภูมิใจหนักหนากับการเป็นลูกค้าคนแรกของที่นี่ คาเฟ่ในตึกเก่าทรงชิโนโปตุกิส ตะไคร่น้ำระหว่างชั้นของกำแพงชื้น ระเบียงไม้เก่าที่ดัดแปลงให้ดูดีแบบง่าย ลาเต้ร้อนเล่นลายกระต่ายบนฟองนม เหมือนมีบางอย่างแทรกผ่านระหว่างเรา น้ำตาผมเริ่มคลอและความทรงจำเก่าๆก็จากไป
.......................
Update 13/05/09
ครั้งแรกในรอบ 2 ปี นับตั้งแต่วันที่เธอขโมยลมหายใจไปจากชีวิตผม และด้วยเหตุการณ์บางอย่างในวันนี้ที่นำเธอกลับมา
ผมเสียเวลาในการตามหารองเท้าหนังสีน้ำตาลไหม้อยู่ค่อนวัน และพบว่ายังอยู่ในสภาพดี แผ่นโลหะสีทองแดงเล็กๆที่ติดอยู่ดูแวววาวระยิบเมื่อแสงต้องกระทบ เธอรักมันและมักเป็นตัวเลือกแรกเสมอสำหรับทุกโอกาศพิเศษของเรา ที่นอกหน้าต่างมองลอดออกไปจากภายในร้าน คู่รักในร่มคันเดียวกัน ดอกดาวเรืองในกระถางสีน้ำตาลอ่อน เด็กหญิงตัวเล็กยืนหลบฝนในชุดกระโปรงแดงสีสด ผมมาถึงก่อนเวลานัดหมายเพียงเล็กน้อย
เหมือนจมอยู่ในภวังค์แห่งรัตติกาล สองมือของผมเริ่มชุ่มเหงื่อ สายตาจับจ้องมองผ่านไปในอากาศไม่แม้แต่จะหันไปสบตา ผมกระวนกระวายและเริ่มตกอยู่ในความกังวล
"หิวจัง... เลี้ยงครัวซองต์ซักชิ้นซิ" ใบหน้าของเธอยังคงได้รูปสวย ริมฝีปากบางเบา แม้กระทั้งสายตาที่เธอมองมายังคงอ่อนโยนแบบไม่มีเปลี่ยนแปลง ชื่อวีณา มีความหมายว่าพิณหรือเครื่องดนตรีสายที่ให้เสียงไพเราะราวถูกต้องมนต์
เสียงฝนยังอยู่และเคลื่อนไหวตลอดเวลาเหมือนไม่เคยหยุดนิ่ง
ครัวซองต์อบใหม่สำหรับเธอ ชาฝรั่งยังคงรสสัมผัสที่ชวนหลงไหล อย่างนิ่งเงียบ ราวกับมีช่องว่างเกิดขึ้น หรืออาจเสมอเหมือนเราทั้งสองไม่เคยรู้จักกันมาก่อน บทสนทนาที่ถูกกลืนไปในอากาศและเปื้อนเปรอะด้วยความว่างเปล่า ท้องฟ้าสีครึ้ม อากาศเย็นแทรกตัวเข้ามาจากด้านหลัง
ผมหยิบขนมเข้าปาก ตามด้วยชาที่เริ่มอุ่น นับเป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกได้ถึงความผ่อนคลาย
ในตำแหน่งแสงที่พอดี
เพียงชั่วครู่ของความเงียบที่แฝงใว้ซึ่งความเจ็บปวด ที่ซึ่งเราทั้งคู่ต่างตกอยู่ในความอ่อนไหว นาฬิกาไม้ที่ผนังด้านหนึ่งของร้านบอกเวลาสิบนาฬิกาสิบห้านาที คำถามมากมายเริ่มเด่นชัดขึ้นในใจ เพียงผมและเวลาที่เดินหน้าอย่างเชื่องช้า ลมพัดเจือกลิ่นชื้นอ่อนๆ เสียงดนตรีคลาสสิคยังคงพริ้วไหวฟังระรื่นหู
"ทำไม.. คุณถึงกลับมา" ผมรู้สึกได้ถึงอารม์ของตัวเองที่ได้รับการปลดปล่อย อย่างน้อยนี้ก็เป็นวิธีเดียวที่จะหลุดพ้นจากการมีชีวิตในแบบที่เป็นอยู่
สีขาวของดอกตำลึงกำลังเบ่งบาน มีหลายคนเดินผ่านและไม่สนใจที่จะหยุดมอง พื้นชื้นๆกินอาณาเขตกว้างคลุมไปทั่วถนน ไม่เว้นแม้กระทั่งริมระเบียง เสียงหวูดของกาน้ำร้อนส่งเสียงร้องให้บรรยากาศเหมือนในหนังฝรั่ง กลิ่นชาอ่อนๆแทรกซึมในอณูอากาศ อีกวันที่โลกยังคงไม่หยุดหมุนและความเงียบงันยังมีความหมายมากพอให้หลงไหล ผมเริ่มทิ้งเวลาให้วิ่งผ่านร่างกายอย่างเชื่องช้า คิดถึงอดีตและปัจจุบันอย่างเย็นใจ
*เรื่องสั้นเพ้อๆของผม*
ท่าทางจะเป็นคนบ้าวัฒธรรมอังกฤษมากไปนะ

#1 By @พักใจ on 2009-05-12 14:04